สาวๆเว็บเราถ้าต้องขึ้นแท๊กซี่คนเดียว ก็สังเกตุกันนิดนึงคนขับมีอาการแปลกๆรึเปล่า
หรือถ้าไม่แน่ใจยังไง โทรมาให้ผมไปส่งก็ได้ครับ หุหุ
ผมมีฟอร์เวิร์ดเมล์เตือนภัยมาฝากกันครับ

วันนี้อ่ะ ( วันเสาร์ ) ได้หยุด 1 วัน ก็เลยมาจตุจักร
พอประมาณ 6.30 น. ก็โบกแท็กซี่หน้าจตุจักรเพื่อที่จะมาวิภาวดีซอย 20
ปกติเป็นคนระวังตัวอยู่แล้ว ขึ้นรถปั๊บ
สิ่งที่ทำสิ่งแรกคือ มองดูทะเบียนรถแล้วก็สังเกตคนขับ
อ่านจากฟอร์เวิร์ดเมล์ต่างๆ
ขอบอกว่าพวกนี้มีประโยชน์มากๆๆๆๆๆนะคะ
วันนี้ที่รอดมาได้ก็เพราะอ่านเมล์ที่เพื่อนๆกรุณาส่งมาให้อ่านนี่ล่ะ

เคยอ่านว่า พวกนี้จะชอบเอามือมาอังไว้ที่แอร์หรือไม่ก็หมุนหน้าปัดวิทยุ
คือเจ้าคนขับคนนี้มันทำทั้ง 2 อย่าง
แล้วขอบอกมันนิ่งมากๆ
ทีแรกพอมันเอามือมาอังที่แอร์
เราก็เริ่มเอะใจว่ามันจะมอมยาตรูป่าววะเนี่ย
แล้วมันไม่ได้อังแบบหน้าเกลียดนะ
มันแค่เอาปลายนิ้วไปแตะไว้ตรงหน้ากากแอร์อันทางขวาช่วงล่างๆ นิดเดียว
ถ้าคนไม่คอยมองก็อาจจะไม่สังเกต...

สักพัก มันก็เอื้อมมือไปหมุนหน้าปัดวิทยุอีก
แล้วสักพัก เราก็รู้สึกวูบ...เร็วมากๆ
คือหูจะเริ่มอื้อหายใจไม่สะดวก จะรู้สึกอึดอัดมากๆ
ตาพร่า และแขนขาไม่มีแรง...
อาการแบบนี้เราคุ้นเคยนะ...จากการโดนวางยาสลบผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้ง
ทำให้เรามั่นใจ ว่ามันเป็นยาสลบแน่ๆ

เสี้ยววินาทีนั้น เราก็ยื่นหน้าสูดหายใจให้ลึกที่สุด
ตอนนั้นรถยังวิ่งอยู่ตรงห้าแยกลาดพร้าว
แล้วก็บอกว่า
พี่ จอด...ขอลงตรงนี้ แล้วก็ควานหาน้ำมากิน
เพราะอ่านเมล์อันนึงเค้าบอกว่า
ตอนที่เค้ามึนๆ อ่ะ คนขับก็ยกน้ำขึ้นจิบบ่อยมาก
....เราก็เลยคิดว่ามันอาจจะช่วยให้เราดีขึ้น
แล้วมันก็ช่วยจริงๆ .....อาการวูบหายไป แขนขาเริ่มมีแรง
มีอาการมึนหัวเข้ามาแทนที่
ทั้งๆ ที่ก่อนขึ้นรถสมองปลอดโปร่งมาก....

อย่างที่บอกอ่ะ มันนิ่งมากๆ แล้วมันคงจะรู้ว่าเรารู้ตัวแล้ว
มันคงอยากให้เราลงจากรถมันเหมือนกัน
เพียงแต่ตอนนั้นอยู่เลนขวาสุด เข้าซ้ายไม่ได้
มันก็บอกว่า ลงได้ จะลงเลยมั๊ย
แล้วก็ทำท่าจะหักพวงมาลัยกลับรถไปจอดให้ฝั่งตรงข้าม

ตอนนั้นนึกได้ว่าเรามีกล้องดิจิตอลอยู่ ......ก็เอาวะ
บอกมันว่าไม่ต้อง ......ไปส่งให้ถึงที่น่ะแหละ
แล้วเราก็กดโทรศัพท์หาพี่
บอกว่าตอนนี้เราอยู่ที่แยกลาดพร้าวนะกำลังจะไปถึง
ตอนนี้อยู่ในแท็กซี่ อีก 10 นาที จะไปถึงออกมารับด้วยล่ะ
แท็กซี่เขียวเหลืองนะ เลขทะเบียน มข. 768 ช่วยจำด้วย
อีก 10 นาที ใกล้ถึงแล้ว จะโทรหาอีกที

เราเปิดกระจกไว้ตลอด แล้วนั่งให้ชิดประตูมากที่สุด
เราก็หยิบกล้องขึ้นมา แต่ไม่กล้าถ่ายภาพนิ่ง
เพราะตอนนั้นก็เกือบทุ่ม แสงน้อย
แล้วอีกอย่างไฟถนนมันสว่างกว่าในรถ
ถ้าใช้แฟลช มันรู้ตัวแน่ ก็เลยปรับเป็นถ่ายวีดีโอ
แต่จะไม่ส่องที่ตัวมันโดยตรง
แพนกล้องไปเรื่อยๆ หยุดอยู่ที่มันเป็นระยะ
แล้วมันคงจะเป็นมืออาชีพ .. ที่ตลอดเวลา
มันไม่หันหน้ามาให้เราเห็นเลย ข้างๆ ก็ไม่หันอ่ะ
มีเหลือบๆ มองที่กระจกบ้าง ..
แล้วภาพที่ถ่ายออกมาก็ค่อนข้างมืด
แต่ก็พอระบุรูปพรรณได้เหมือนกัน
เพราะมันค่อนข้างผมหยิกและผอม ........
ก็มาถึงที่หมาย ตรงนั้นมีรปภ. นั่งอยู่หลายคน

พอลงจากรถแล้วมันก็ไม่ยอมไป
เราก็เลยเดินไปตรงที่มีรปภ. นั่งอยู่เยอะๆ
มันก็เลยขับออกไป....
โทรไปเล่าให้พี่คนนึงฟัง เค้าก็บอกลองโทรไปที่ 1644
ก็เลยเล่าให้เค้าฟัง

สักพักก็มีคนโทรกลับมา
บอกว่าให้เราพูดออนแอร์กับคุณพรสวรรค์ สวพ. 91ร่วมด้วยช่วยกัน
ตื่นเต้นเล็กๆ เค้าก็ถามถึงวิธีเอาตัวรอด
ไม่รู้จะมีใครเอาไปใช้ได้มั๊ย
แต่ก็คิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์ก็ได้นะ ........
ตอนนี้กลับมาถึงบ้านโดยปลอดภัย
แต่ก็รู้สึกคลื่นไส้และมึนๆอยู่
ปกติไม่ค่อยชอบนั่งแท็กซี่เท่าไหร่
เพราะก็กลัวๆ เรื่องพวกนี้เหมือนกัน
ไม่นึกว่าจะเจอจริงๆ
อืมนะ ...........ใกล้ตัวมากๆ

เป็นห่วงทุกคนนะครับ โดยเฉพาะสาวๆ หุหุ

คิดพาแฟนท่องแดนที่แสนสุข
หวังสนุกแฟนก็ยอมพร้อมเต็มที่
พอขยับจะเดินหน้าท่าไม่ดี
แฟนบอกพี่วันนี้หนอหนูขอลา
ของเคยแข็งดันมาอ่อนสะท้อนจิต
แฟนคงคิดว่าวันนี้ไม่มีค่า
ที่หวังไว้คงไม่สมตรมอุรา
ต้องสิ้นท่าของมันอ่อนถอนฤทัย
เมื่อก่อนนั้นมันเคยแข็งแกร่งชมัด
ลุยสะบัดไม่เคยเบื่อเหนือจดใต้
แต่ตอนนี้มันอ่อนหมดหดหู่ใจ
ยางรถฉันนั่นปะไรใยจึงแบน

***************

ใต้แสงไฟเราสองต้องใกล้ชิด
แนบสนิทชิดแนบแน่นทั้งแขนขา
กอดอัดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่ทุกครา
ใช้แล้วติดเป็นหนักหนาหมอนข้างเรา

*********************

สองมือจับบรรจงตรงที่หมาย
น้องว่าอายกลัวเจ็บจึงขัดขืน
น้องไม่เคยพี่ยังทำสุดกล้ำกลืน
น้องยังตื่นบอกพี่เบาเขายังกลัว
พุ่งกระฉูดสยดสยองนองด้วยเลือด
ช่างดุเดือดเสียงครางดังไปทั่ว
โธ่น้องเจ็บน้องปวดไปทั้งตัว
อย่าบีบมั่วสิวหัวช้างข้างแก้มเรา

******************

อ่านประกาศพาดข่าวใหญ่ในหนังสือ
มีเครื่องมือทำจ้าวโลกให้…โตใหญ่
ของเราเล็กเหลือทนจึงสนใจ
ถ้าโตได้ใหญ่กว่าเก่าจึงเข้าที
จึงสั่งซื้อทางจดหมายไปหนึ่งชุด
ให้ส่งมาเร็วที่สุด…อย่างด่วนจี๋
พอได้รับรีบเปิดกล่อง…มองทันที
เครื่องมือทำจ้าวโลกใหญ่ทันตาเห็น
ที่แท้เป็นเลนส์ขยายสุดขายหน้า
ถูกเขาหลอกก็จำทนจนปัญญา
เห็นกับตา...มันขยาย...ใหญ่ จริงจริง...

\\^_^// ?? ^*^!! >*

ลิฟท์แดง ม. ธรรมศาสตร์
เรื่องลิฟท์แดงของธรรมศาสตร์นี้มีเรื่องเล่าว่าเมื่อตอนเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ พวกทหารได้บุกเข้ามาในมหาวิทยาลัย พวกนักศึกษาต่างหลบหนีเข้ามาในลิฟท์ตัวหนึ่ง พอลิฟท์ตัวนี้เปิดพวกทหารก็กระหน่ำยิงทุกคนเสียชีวิตหมด เลือดสาดกระจายทั่วลิฟท์ ต่อมาทางมหาวิทยาลัยได้บูรณะทำความสะอาดกันทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ลิฟท์ตัวนั้น แต่ทำความสะอาดยังไงคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่ก็ไม่ล้างไม่ออก จึงได้ทำการทาสีลิฟท์ให้เป็นสีแดง   มีเรื่องเล่าตามมาว่าหลังจากที่ลิฟท์ได้นำกลับมาใช้ตามปกติ มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งมาขึ้นลิฟท์ตามลำพัง แต่เมื่อมองไปที่กระจกกลับพบว่าไม่ได้มีเธออยู่เพียงลำพัง หากแต่มีผู้โดยสารอยู่ด้วยมากมาย นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายครั้งหลายหนที่เหล่านักศึกษา อาจารย์ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ต่างๆ ได้พบเจอกับอาถรรพ์ลิฟท์แดงตัวนี้เข้า ทำให้ทางมหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนตัวลิฟท์ใหม่ แต่ว่าประตูลิฟท์แดงที่ถูกถอดออกไปตอนนี้นี้ยังตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ตึกคณะศิลปศาสตร์มาจนถึงทุกวันนี้

ศาลในห้องน้ำหญิง ม. เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง
เรื่องเล่าเกี่ยวกับศาลเจ้าที่ติดอยู่บนผนังห้องน้ำหญิงตึกวิศวะฯ จะมีดอกไม้ธูปเทียนและน้ำแดงอยู่ด้วยเสมอ คนเก่าๆ จะรู้เรื่องราวเป็นอย่างดี เป็นเรื่องของนักศึกษาสาว         สถาปัตยฯ  อกหักจากหนุ่มวิศวะฯ จึงไปผูกคอตายที่ห้องน้ำดังกล่าว ปัจจุบันเป็นแหล่งลองของชั้นดีของผู้ที่ต้องการลองของ เพราะมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ใครอยู่รุ่นแรกก็จะได้เห็นรูปของเธอผู้นี้ในศาลด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่ศาลยังคงมีอยู่ ที่สำคัญห้องน้ำตรงนั้นยังเปิดใช้อยู่...

พยาบาลชุดแดง ม. เชียงใหม่
เรื่องพยาบาลในชุดแดงของคณะแพทย์ฯ ม. เชียงใหม่ เล่ากันว่าเคยมีนักศึกษาชายคนหนึ่งของคณะแพทย์ฯ ทำงานในตึกของฝั่งสวนดอกจนดึก เมื่อเสร็จจากงานจึงลงลิฟต์มา ระหว่างที่รอเขาก็ได้ยินเสียงเดินมาข้างๆ หันไปมองเห็นก็พยาบาลคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะพยาบาลกับแพทย์ต้องเจอกันบ่อยอยู่แล้ว ระหว่างรอลิฟต์นักศึกษาคนนี้ก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ เลยหันไปมองพยาบาลคนนี้ก็ไม่เห็นมีอะไร ซ้ำพยาบาลคนนี้ยังยิ้มให้ด้วย สักพักต่อมาเมื่อเข้าไปในลิฟต์แ พยาบาลคนนี้ก็ถามว่ามาทำอะไรดึกๆ เขาเลยตอบว่ามาศึกษาเรื่องการผ่าตัดภายใน เพราะว่าจะสอบ พยาบาลคนนั้นเลยบอกว่า “ ให้ฉันช่วยนะ ” นักศึกษาคนนี้ก็เลยงงและเริ่มสังเกตว่าที่คอของพยาบาลสาวเริ่มมีเลือดไหลออกมาจากคอเรื่อยๆ เขาตกใจมากและพยายามที่จะหนีออกมาจากลิฟต์ แต่ลิฟต์เหมือนค้าง หรืออะไรไม่ทราบได้ เลือดยังไหลนองไปทั่วชุดของนางพยาบาลคนนี้ แล้วเธอก็เริ่มสอนนักศึกษาแพทย์คนนี้ตั้งแต่ลำไส้ ปอด สมอง หัวใจ พร้อมทั้งควักส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ออกมา รุ่งขึ้นมีคนพบนักศึกษาชายคนนี้นอนอยู่ที่ประตูลิฟต์ซึ่งเปิดคาอยู่ เอาแต่พร่ำเพ้ออย่างกับคนบ้าว่า “ พยา??าลชุดแดง พยาบาลชุดแดง ”

ป๊อก...ป๊อก...ครืด   ม. เชียงใหม่
เรื่อง ผีอันดับหนึ่งของ มหาลัยเชียงใหม่ ระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่ทราบแน่ชัด แต่สถานที่เกิดคือ หอหญิง ในสมัยที่ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก ถนนยังเป็นลูกรัง เรื่องเกิดกับนักศึกษาสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3 ของหอหญิงเจ็ด ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ นักศึกษาต่างกำลังอ่านหนังสือกัน มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้องตอนหัวค่ำ รูมเมทชวนไปทานข้าว แต่เพราะเป็นไข้อยู่ จึงไปไม่ไหว พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองแล้วจะห่อมาฝาก เพื่อนคนที่ไม่สบายก็ฝากซื้อราดหน้า(หรืออะไรซักอย่าง) หลังจากที่เพื่อนออกไป เมทคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่อ อ่านได้ซักพักก็ไม่ไหวเพราะไข้ขึ้นจึงนอน ตอนนอนอยู่นั้นสลึมสลือ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว ทำไมเพื่อนยังไม่กลับมาซะที ซักพักได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่างจากทางบันได ป๊อก … ป๊อก … ป๊อก … เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามา จากทางบันไดเรื่อยๆ เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมา และเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนเป็น ครืด …. ครืด … เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง นักศึกษาหญิงเริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้ว แต่ยังเงียบ อึดใจนึงก็มีเสียงเคาะห้อง “ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ” แล้วเงียบไป นักศึกษาสะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อราดหน้าแขวนอยู่ พอเห็นห่อลาดหน้า ก็งง ว่าเพื่อนอยู่ไหน ทำไมต้องเอามาแขวน ทำไมมีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได รุ่งเช้ามีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว นักศึกษาหญิงคนนั้นถูกฆ่าข่มขืน ตรงพงหญ้าข้างทาง คาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ลักษณะศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี นักศึกษาหญิงที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาดหลังจากทานข้าวเสร็จ ลักษณะเสียงที่ได้ยิน สันนิษฐานได้ว่าเพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุง แล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพักแล้วใช้คางเกยบันได ลากตัวเองขึ้นมาเป็นเสียง   ป๊อก ป๊อก เสียง ครืด คือเสียงลากตัวเองจากบันไดมาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกันหลังจากส่งห่อลาดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง … ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่า แต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆ ห้องยืนยันว่า ในคืนนั้นก็ได้ยินเสียงดังกล่าวเช่นกัน



จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สถานที่เกิดเหตุ :
ทางเดินระหว่างตึกของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ทางเดินที่ว่านี้มีประวัติอยู่ว่า สมัยก่อนมีคู่สามีภรรยานักการฯ ของคณะสถาปัตย์ ทะเลาะกัน ฝ่ายภรรยาควักปืนยิงสามีจนเสียชีวิต และมีเลือดสาดไปทั่วทั้งทางเดิน ต่อมาทางคณะมีการปรับปรุงพื้นบริเวณนี้ แต่แปลกที่เฉพาะทางเดินนี้เท่านั้นที่ปูนไม่ยอมแห้งส ักที ทางคณะจึงต้องปูไม้กระดานทับไว้อย่างที่เห็นกันในทุกวันนี้ หรือที่ห้องซ้อมดนตรีไทย คณะครุศาสตร์ เวลาที่มีคนแอบเข้าไปนอนหลับในห้องซ้อมดนตรีไทย จะรู้สึกเหมือนมีใครมาดึงขา ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินไปเดินมา และได้กลิ่นธูป เมื่อถามรุ่นพี่ๆ ว่าเป็นอะไร คำตอบคือ เป็นฝีมือของเจ้าที่ที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามานอนในห้องที่ใช้ซ้อมดนตรี ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ กับนักศึกษาปี 1


มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ . นครปฐม

สถานที่เกิดเหตุ :
หอเพชรรัตน์
หอเก่าแก่ในมหาวิทยาลัย ที่เล่าขานกันมาว่าครั้งหนึ่งมีนักศึกษานอนอยู่ในห้องพักคนเดียวได้ยินเสียงคนเดินมาช้าๆ จนเสียงนั้นเดินเข้ามาใกล้ๆ ห้องพัก นักศึกษาคนนั้นจึงมองลอดช่องตาข่ายมุ้งลวดออกไปดู ปรากฏว่าเห็นคนนุ่งโจงกระเบนสีแดงลากโซ่ตรวนเดินผ่านไป


มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

สถานที่เกิดเหตุ :
ชั้น 15 ตึกคณะนิเทศศาสตร์
เมื่อ 10 กว่าปีก่อนมีนักศึกษาหญิงถูกข่มขืนและถูกฆ่าตายที่ชั ้น 15 ตึกคณะนิเทศศาสตร์ ทำให้ปัจจุบันนี้ไม่มีใครกล้าขึ้นไปชั้นนั้นคนเดียวในช่วงเย็น เพราะวันดีคืนดีอาจได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ หรือบางครั้งเข้าห้องน้ำแล้วมองออกไปที่กระจกก็จะเห็นผู้หญิงผมยาวยืนก้มหน้าอยู่ แต่พอเปิดประตูออกไปก็ไม่พบใคร


มหาวิทยาลัยขอนแก่น

สถานที่เกิดเหตุ :
บริเวณป่ารกข้างหอ 9 หลัง
เป็นจุดที่ไม่มีใครผ่าน มีเรื่องเล่าว่า เคยมีผู้หญิงถูกข่มขืนจนตายบริเวณนี้มาก่อน ทำให้บางคืนหากมีใครขับรถผ่านมา จู่ๆ รถก็จะกระตุกแล้วก็หยุดไปเลย เหมือนมีใครดึงรถอยู่ข้างหลัง เมื่อหันไปดูจะเห็นผู้หญิงหน้าขาวๆ ซีดๆ ดึงรถไว้


มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

สถานที่เกิดเหตุ :
โต๊ะตรงคณะอุตสาหกรรม
ในบริเวณนั้นมักมีคนได้กลิ่นหอมของดอกไม้โบราณหอมแบบ เย็นๆ นอกจากนั้นยังได้ยินเสียงกระพรวนที่เท้าเด็กดัง   เหมือนเล่นอยู่ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ หันไปหันมาจะเจอเด็กผมจุกนั่งอยู่บนต้นไม้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะเขาแค่อยากชวนเล่นด้วย หรือที่ตึกคณะนิเทศศาสตร์ ดึกๆ จะมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวเดินไปเดินมา อาจเพราะบริเวณนี้ของมหาวิทยาลัยเป็นรั้ววังตั้งแต่ส มัยรัชกาลที่ 5 ครั้งที่ปลูกสร้างเสร็จใหม่ๆ ว่ากันว่าสวยงามราวเมืองสวรรค์ ภายในรอบบริเวณพระราชวังอบอวลไปด้วยหมู่ไม้ดอก ไม้ผล ร่มครึ้ม ทั่วบริเวณ


มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

สถานที่เกิดเหตุ :
หอพักนักศึกษา
มีหอหนึ่งเคยเป็นโรงพยาบาลสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วันดีคืนดีจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน และห้องน้ำหญิงรวมบางคืนจะมีเสียงคนอาบน้ำ แต่พอเดินไปดูไม่มีคนเลยสักคน และที่หอใน ชั้น 2 เคยมีนักศึกษาเสียชีวิตเนื่องจากเป็นไข้ทับฤดูตอนปิดซัมเมอร์ พอเปิดเทอมถึงมีคนเพิ่งจะพบศพ แต่หลังจากนั้นก็มีคนเห็นว่านักศึกษาคนนี้ยังมานั่งซักผ้าที่ห้องน้ำหน้าห้องอยู่เลย
 
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท
สถานที่เกิดเหตุ :
ลิฟต์ที่อาคาร 9
ใครที่ขึ้นลิฟต์นี้ตอนดึกๆ จะมีคนกดเรียกลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้นบนสุด พอเปิดมาไม่เจอใคร แต่จะรู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามา ตอนนั้นให้รู้ไว้เลยว่าเป็นคนงานที่ตกลิฟต์ลงมาตาย แต่เค้าจะขอลงด้วย หรือที่วิทยาเขตรังสิต ก็มีตำนานแกรนด์คอนโด เป็นที่ขึ้นชื่อมากในเรื่องผี ถ้าอยากเจอ กลางคืนให้หาเรื่องอยากกินนั่น นู่น นี่ แล้วเดินลงบันไดดู


มหาวิทยาลัยนเรศวร

สถานที่เกิดเหตุ :
คณะวิทยาศาสตร์
คำบอกเล่าจาก อ . คณะวิทย์ ว่าหลังจากที่มียามถูกแทงตายเพราะทะเลาะกัน ก็มีการจับภาพวิญญาณไว้ได้ในกล้องวงจรปิดของคณะ โดยที่ยามคนนี้ยังแวะไปเยี่ยมเยียนนิสิตบางส่วนที่ชอบอยู่ดึกๆ ในตึกอีกด้วย อีกเรื่องเล่ารุ่นต่อรุ่นว่า ในวันบวงสรวงรับน้องใหม่ในปีหนึ่งมีน้องที่คณะพยาบาล เป็นลมเพราะเห็นกองทัพพระนเรศวรเดินทัพลอยมาจากบนฟ้า


มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

สถานที่เกิดเหตุ :
ศาลาเขียว
คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มีศาลาประจำเอกคือ ศาลาเขียว ศาลานี้มีตำนานเล่าขานถึงที่มาของแผ่นป้ายที่ติดอยู่ ในศาลานั้นว่าทำมาจากต้นตะเคียน วันดีคืนดีจะมีผู้หญิงผมยาวๆ มานั่งอยู่เดียวดายในศาลา


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

สถานที่เกิดเหตุ :
ลานจอดรถยนต์เก่า และป่าละเมาะ
ลานจอดรถยนต์ข้างศูนย์บรรณาสาร ( หอสมุด ) นี้ว่ากันว่าเป็นแดนประหารเก่า และว่ากันมาว่ามีพนักงานรักษาความปลอดภัยกะดึกคนหนึ่งเคยเห็นผีคอขาด เดินลากโซ่เสียงดังเกรียวกราวไปมา และถ้าดึกๆ ใครขับรถผ่านก็จะขนลุกโดยไม่มีสาเหตุ


มหาวิทยาลัยรังสิต

สถานที่เกิดเหตุ :
หอชายเก่า
ที่หอชายเก่าในช่วงที่ใกล้จะสร้างหอเสร็จ มีการติดตั้งลิฟต์ และคืนนั้นมีคนงานกินเหล้ากันตามปกติ จนกระทั่งตี 1 มีคนงานคนหนึ่งตกลงไปที่ชั้นล่างใต้ลิฟต์แล้วปีนขึ้น มาไม่ได้ เพราะความเมา และคนงานคนนั้นก็เลยถูกลิฟต์ทับ ในเวลาต่อมาหลังจากที่หอเปิดได้ไม่นานก็มีนักศึกษาเข้าอยู่เต็ม และหอนี้ไม่เคยปิดเป็นเวลา จึงมีนักศึกษาเข้า - ออกเป็นประจำ จนตี 2 ของคืนหนึ่ง มีนักศึกษากลับมาจากข้างนอกแล้วเดินขึ้นลิฟต์ตามปกติ หลังจากกดชั้นที่พัก ลิฟต์ก็เคลื่อนที่ไปได้สักพักแล้วก็หยุด พร้อมๆ กับไฟดับและมีเสียงร้องดังออกมาข้างนอก จากนั้นลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมฝุ่นตลบ มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนว่าอย่ายืนทับที่ หลังจากนั้นก็มีการทำบุญหอกันมาทุกๆ ปี

 

เป็นยังงัยบ้างคับ พอจะมีใครเคยเจอเหตุการณ์แปลกๆข้างต้นรึป่าวคับ เหอๆๆ...